top of page


คดีฮั้วประมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ: เมื่อ "ผู้สนับสนุน" ได้รับโอกาสจากศาล — บทเรียนจากคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตฯ
ภาพรวมของคดี คดีนี้สืบเนื่องจากโครงการจัดซื้อจัดจ้างรถบรรทุกน้ำอเนกประสงค์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่ง ซึ่งอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้องเจ้าหน้าที่ของรัฐและเอกชนหลายรายในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 (กฎหมายว่าด้วยการฮั้วประมูล) และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โจทก์กล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่รัฐผู้มีอำนาจอนุมัติโครงการร่วมกับพวก กำหนดคุณลักษณะ


การฟ้องร้องคดีซับซ้อน: กรณีศึกษาจากโรงงานน้ำตาลทรายเอกชน
บทนำ การฟ้องร้องคดีซับซ้อนเป็นเรื่องที่ท้าทายและต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายเศรษฐกิจและการทุจริต เราเชี่ยวชาญด้านคดีซับซ้อนโดยเฉพาะคดีทุจริต ปปง. และอาญาเศรษฐกิจ ด้วยทีมงานประสบการณ์กว่า 20 ปี และกลยุทธ์ที่คมชัด เราพร้อมเป็นที่ปรึกษาให้คุณได้อย่างมืออาชีพ เพื่อให้คุณมั่นใจในทุกขั้นตอน พวกเราช่วยเหลือบุคคลและองค์กรมาแล้วกว่า 1,000 คดี กรณีศึกษาของโรงงานน้ำตาลทรายเอกชน ลูกความของเราคือโรงงานน้ำตาลทรายเอกชนที่ได้ฟ้องหน่วยงานรัฐ 2 หน่วย ได้แก


เมื่อคุณอยากฟื้นฟูธุรกิจตัวเอง — แต่ไม่อยากเสียอำนาจบริหาร
ลูกความเป็นบริษัท ผู้ผลิตรายหนึ่ง ต้องการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ แต่ไม่ต้องการให้บุคคลภายนอกเข้ามาเป็นผู้ทำแผน เพราะรู้จักธุรกิจของตัวเองดีที่สุด เราออกแบบให้ลูกความเป็นทั้งผู้ร้องและลูกหนี้ พร้อมเสนอตัวเองเป็นผู้ทำแผน วางโครงสร้างแผนให้รัดกุม แบ่งกลุ่มเจ้าหนี้ 4 กลุ่ม จัดสรรประโยชน์ลงตัวจนทุกฝ่ายเห็นพ้อง ผลลัพธ์: ✓ ศาลอนุญาตให้ฟื้นฟู และตั้งลูกหนี้เป็นผู้ทำแผน ✓ ที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติพิเศษยอมรับแผน ✓ ศาลเห็นชอบด้วยแผน — ไม่มีเจ้าหนี้รายใดคัดค้าน ✓.


คดีฟื้นฟูกิจการโรงงานน้ำตาลทรายขาว พลิกจากศาลไม่อนุญาต สู่แผนฟื้นฟูที่ศาลเห็นชอบ
ก่อนหน้านี้ ลูกหนี้เคยยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการด้วยตนเอง แต่ศาลมีคำสั่งยกคำร้อง เนื่องจากเป็นการร้องซ้ำและไม่มีเหตุใหม่ที่มีนัยสำคัญ เราเข้ามารับคดีต่อ โดยจัดโครงสร้างใหม่ทั้งหมด ให้ บริษัทที่เป็น เจ้าหนี้รายใหญ่ (หนี้กว่า 9,800 ล้านบาท คิดเป็นเกือบ 70% ของหนี้รวม) เป็นผู้ร้องขอ และเสนอให้ลูกหนี้เป็นผู้ทำแผน ผลคือศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ และต่อมาเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการ แม้เจ้าหนี้รายใหญ่อีก 2 ราย ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย จะคัด


พลิกข้อพิพาทกับหน่วยงานรัฐ จนชนะคดีในศาลปกครองสูงสุด
คดีนี้เป็นข้อพิพาทระหว่างภาคเอกชนกับหน่วยงานของรัฐและกองทุนภายใต้กฎหมายเฉพาะ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจทางปกครองและผลกระทบต่อธุรกิจอุตสาหกรรมโดยตรง จุดสำคัญของคดีอยู่ที่การตีความอำนาจของหน่วยงานรัฐ การใช้อำนาจตามกฎหมาย และความชอบด้วยกฎหมายของการกำหนดภาระหรือเงื่อนไขที่มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ทีมงานของเราไม่ได้ต่อสู้คดีเพียงในมุมข้อกฎหมายปกครองทั่วไป แต่ลงลึกไปถึงโครงสร้างของกฎหมายเฉพาะ อำนาจของคณะกรรมการ การใช้อำนาจทางปกครอง และผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงต่อภาคธุรกิจ เราใช้แนวท


ฟื้นฟูกิจการภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนไป และผลักดันแผนแก้ไขจนศาลเห็นชอบ
คดีนี้เป็นหนึ่งในคดีที่มีความละเอียดอ่อนสูง เนื่องจากคู่กรณีเคยเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการมาแล้ว แต่ไม่สามารถดำเนินการตามแผนได้สำเร็จ จนศาลมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการไปก่อนหน้านั้น ภายหลัง ลูกหนี้กลับมายื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการอีกครั้ง โดยพยายามใช้แนวทางและเหตุผลในลักษณะใกล้เคียงกับคดีเดิม ประเด็นสำคัญของคดีนี้จึงไม่ใช่เพียงว่า “ลูกหนี้ยังมีปัญหาทางการเงินหรือไม่” แต่คือการทำให้ศาลเห็นว่า การยื่นคำร้องครั้งใหม่ไม่มีสาระสำคัญหรือเหตุเปลี่ยนแปลงใหม่ที่เพียงพอจะเข้าสู่กระบวนกา


เปลี่ยน “ข้อคัดค้านของเจ้าหนี้” ให้กลายเป็น “เหตุผลที่ศาลเห็นชอบแผนฟื้นฟู”
คดีนี้เป็นคดีฟื้นฟูกิจการที่มีความซับซ้อน เพราะแม้ที่ประชุมเจ้าหนี้จะมีมติยอมรับแผนฟื้นฟูแล้ว แต่ยังมีเจ้าหนี้บางรายยื่นคัดค้านต่อศาล โดยพยายามชี้ว่าแผนดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายและอาจไม่เป็นธรรมต่อเจ้าหนี้บางกลุ่ม จุดที่ทำให้คดีนี้แตกต่าง ไม่ใช่แค่การ “ทำแผนให้ผ่าน” แต่คือการทำให้ศาลเชื่อว่า แผนฟื้นฟูนี้ให้ประโยชน์แก่เจ้าหนี้มากกว่าการปล่อยให้กิจการล้มละลายจริง ทีมงานของเราไม่ได้ต่อสู้เพียงในเชิงข้อกฎหมาย แต่ใช้วิธีวิเคราะห์เชิงโครงสร้างทางการเงินของกิจการ เปรียบเทียบผลตอบแทนท
bottom of page
