ถูกฟ้องยักยอกทรัพย์ รับมืออย่างไร? ต่างจากฉ้อโกงยังไง และมีโอกาสสู้ไหม
- 12 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
สรุปบทความ
คดียักยอกทรัพย์เป็นคดีอาญาที่เกิดขึ้นบ่อยในบริบทธุรกิจและความสัมพันธ์ส่วนตัว สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อถูกฟ้องคือต้องเข้าใจว่าองค์ประกอบความผิดมีอะไรบ้าง เพราะหากพิสูจน์ได้ว่าองค์ประกอบใดขาดหายไป คดีก็อาจไม่สำเร็จ และห้ามให้การหรือเซ็นเอกสารใดๆ โดยไม่ปรึกษาทนายก่อน

ยักยอกทรัพย์คืออะไร? ต่างจากฉ้อโกงยังไง?
คนมักสับสนระหว่างยักยอกและฉ้อโกง ทั้งสองเป็นความผิดอาญาแต่ต่างกันที่จุดเริ่มต้น
ยักยอกทรัพย์เกิดขึ้นเมื่อได้ทรัพย์สินนั้นมาโดยชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่แรก เช่น รับมาดูแล เก็บรักษา หรือจัดการแทน แต่ภายหลังเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตัวเองหรือของบุคคลที่สาม
ฉ้อโกงเกิดขึ้นเมื่อมีการหลอกลวงด้วยเจตนาทุจริตตั้งแต่ต้น เพื่อให้ได้ทรัพย์สินมา
ตัวอย่างที่เข้าใจง่าย: ลูกจ้างที่รับเงินสดจากลูกค้ามาแทนนายจ้าง แล้วเอาเงินนั้นไปใช้เองโดยไม่นำส่ง อาจเข้าข่ายยักยอก ไม่ใช่ฉ้อโกง เพราะได้เงินนั้นมาโดยชอบก่อน
องค์ประกอบของคดียักยอกที่ฝ่ายโจทก์ต้องพิสูจน์
ผู้กระทำครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้
ทรัพย์สินนั้นได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่ขโมยมา
ผู้กระทำเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นประโยชน์ของตนหรือผู้อื่น
กระทำโดยเจตนาทุจริต
หากองค์ประกอบใดขาดหาย ความผิดฐานยักยอกก็ไม่สำเร็จ ซึ่งนี่คือประเด็นที่ทนายจะใช้ต่อสู้
สถานการณ์ที่พบบ่อยในคดียักยอก
คดียักยอกทรัพย์มักเกิดในบริบทเหล่านี้ ในองค์กรธุรกิจเช่นพนักงานหรือผู้บริหารที่มีอำนาจจัดการเงินขององค์กร ในความสัมพันธ์ทางธุรกิจเช่นตัวแทนหรือนายหน้า ระหว่างหุ้นส่วนเช่นหุ้นส่วนที่เบียดบังเงินกองกลางของห้างหุ้นส่วน และในความสัมพันธ์ส่วนตัวเช่นผู้ดูแลทรัพย์สินให้ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย
สิ่งที่ต้องทำเมื่อถูกฟ้อง
เก็บหลักฐานทุกอย่างที่แสดงว่าคุณใช้ทรัพย์สินโดยมีอำนาจหรือได้รับอนุญาต เช่น คำสั่งงาน ข้อความที่ได้รับมอบหมาย หรือการอนุมัติจากผู้มีอำนาจ
รวบรวมหลักฐานการใช้เงินหรือทรัพย์สินทุกรายการ เพื่อแสดงว่าใช้ไปเพื่อวัตถุประสงค์ที่ถูกต้อง
จดบันทึกลำดับเหตุการณ์ตามความจริง ขณะที่ความจำยังชัดเจน
ปรึกษาทนายที่เชี่ยวชาญคดีอาญาก่อนให้การกับพนักงานสอบสวน
ถูกฟ้องยักยอกทรัพย์และไม่รู้จะเริ่มยังไง?




ความคิดเห็น